Abstract:
การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาองค์ประกอบทางเคมี ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ และการยับยั้งแบคทีเรียของน้ำมันหอมระเหยจากพืชวงศ์ขิง ได้แก่ ขมิ้นแดงสยาม กระชายป่า และหงส์เหิน ในเขตจังหวัดราชบุรี จากผลการตรวจวิเคราะห์สารประกอบระเหยง่าย (volatile compounds) ในน้ำมันหอมระเหยโดยใช้เทคนิค GC-MS พบว่า องค์ประกอบหลักที่พบในขมิ้นแดงสยาม ได้แก่ aR-Turmerone (27.91%), α-Terpinolene (14.16%), Eucalyptol (12.32%), α-Phellandrene (8.54%) และ Curlone (7.03%) ส่วนองค์ประกอบหลักที่พบในกระชายป่า ได้แก่ Camphor (23.28%), Eucalyptol (15.67%), β-cis-Ocimene (14.79%), Geraniol (13.37%) และ 3-Phenyl-2-propenoic acid methyl ester (8.71%) สำหรับหงส์เหิน พบองค์ประกอบหลัก ได้แก่ Terpineol (18.00%), β-Pinene (9.91%), Cyperene (5.06%), Tumerone (4.13%) และ aR-Turmerone (4.08%)
เมื่อทำการตรวจสอบฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระของน้ำมันหอมระเหยจากพืชดังกล่าว พบว่า น้ำมันหอมระเหยจากพืชทั้งสามชนิดมีความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระจากการทดสอบทั้งสองวิธี ได้แก่ DPPH และ ABTS โดยน้ำมันหอมระเหยจากขมิ้นแดงสยามมีความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระสูงกว่าน้ำมันหอมระเหยจากกระชายป่า โดยมีค่า IC50 เท่ากับ 10.98 และ 6.11 ไมโครกรัมต่อมิลลิลิตร จากการทดสอบด้วยวิธี DPPH และ ABTS ตามลำดับ
เมื่อทำการทดสอบฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียก่อโรคที่พบส่วนใหญ่ในผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล จำนวน 3 สายพันธุ์ ได้แก่ E. coli DMST 4212, P. aeruginosa DMST 4739 และ S. aureus DMST 8840 พบว่า น้ำมันหอมระเหยจากขมิ้นแดงสยามมีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญของเชื้อ S. aureus ได้เพียงชนิดเดียว โดยมีค่า MIC และ MBC เท่ากับ 250 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตร ส่วนน้ำมันหอมระเหยจากกระชายป่ามีฤทธิ์ยับยั้งการเจริญของเชื้อแบคทีเรียที่ใช้ทดสอบทั้งสามสายพันธุ์ โดยมีค่า MIC อยู่ในช่วง 31.25–250 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตร และมีค่า MBC เท่ากับ 62.50 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตร เฉพาะเชื้อ S. aureus